การ์ตูนวาย คืออะไร ? ทำความรู้จักพร้อมกัน

การ์ตูนวาย ที่มา มาจากคำว่า ยะโออิ การ์ตูนวาย คือคำศัพท์ในวงการนิยายและการ์ตูนญี่ปุ่นที่ใช้เรียกงานโดจิน การ์ตูนประเภทหนึ่งที่แต่งล้อเลียนมังงะ หรือ อะนิเมะ ที่กำลังโด่งดัง

การ์ตูนวาย หรือ ยะโออิ ได้ถูกใช้ไปในความหมายที่ต่างจากเดิม โดยหมายถึงนิยายหรือการ์ตูนที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ ชายรักชาย

ซึ่งความหมาย การ์ตูนวาย ในแง่นี้เริ่มต้นมาจากการที่แฟนคลับนำคาแร็กเตอร์จากตัวละครใน อนิเมะ การ์ตูน นิยาย มังงะ โดจิน หรือเกมที่ตนเองชื่นชอบมาแต่งใหม่ให้มีลักษณะความสัมพันธ์แบบชายรักชาย ต่อมาลักษณะความสัมพันธ์แบบนี้มีชื่อเรียกอีกอย่าง คือ Boys Love หรือตัวย่อว่า BL

ตัวอย่างการ์ตูนวาย

  • แล้วเจอกัน…คืนพระจันทร์เต็มดวง (ผีรักทุกนาเธอ คอนเทสต์)
  • เสือน้อยกลอยใจ (Whelp Boy)
  • Baby Love On (เบบี้เลิฟออน)

อ่านการ์ตูนวายเต็มเรื่อง  การ์ตูนวาย 

ผลเสียอาจส่งถึง ‘สุขภาพ’ หากเล่น ‘โทรศัพท์มือถือ’ นานเกินไป

ผลเสียอาจส่งถึง 'สุขภาพ' หากเล่น 'โทรศัพท์มือถือ' นานเกินไป

ยุคปัจจุบันนี้ ‘โทรศัพท์มือถือ’ ไม่ได้ทำหน้าที่ให้แค่รับสาย โทรออก หรือติดต่อสื่อสารกันเท่านั้น แต่เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ทำให้ผู้ใช้งานสามารถหาความบันเทิงได้ทุกที่ทุกเวลา ทั้งฟังเพลง ดูหนัง เล่นเกม ถ่ายรูป หรือบันทึกเรื่องราวต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ซึ่งด้วยความสามารถที่ครบครันแบบนี้ จึงทำให้โทรศัพท์ยุคนี้ถูกเรียกว่าเป็น สมาร์ทโฟน แต่รู้รึเปล่าว่าการเล่นโทรศัพท์มือถือนานๆ จะส่งผลเสียต่อสุขภาพของเราแค่ไหน โดยเฉพาะคุณผู้ชายทั้งหลาย วันนี้เราจะพาไปดูกัน

1. ทำลายจอประสาทตา

ไม่ต้องสงสัยว่าการเล่นโทรศัพท์มือถือนานๆ จะทำให้ประสาทตาเกิดความเสียหายได้ยังไง ถึงแม้เราจะไม่ได้เพ่งใกล้คล้ายกับคนมองไม่เห็น แต่ที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนนั้นจะมีแสงสีฟ้าที่สามารถทำลายประสาทที่เรียกว่า เรติน่า จนนำสู่การเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อมได้ ฉะนั้นแนะนำให้ใช้สูตร 20-20-20 คือ มองจอ 2o นาที หันมองที่อื่น 2o นาที และให้หน้าจออยู่ห่างจากตัวเองประมาณ 20 ฟุต เพื่อลดความล้าในขณะที่เราใช้สายตาเพ่งไป

2. ปวดคอ

ในขณะที่เรากำลังก้มมองไปที่จอโทรศัพท์มือถือเพื่อพิมพ์ข้อความ ปกติเรามักจะก้มอยู่ที่ 60 องศา ในความเป็นจริงแล้วก็ถือเป็นท่าที่ไม่เหมาะสม เพราะจำทำให้เกิดอาการปวดคอได้ หากเราต้องก้มอยู่อย่างนั้นต่อเนื่องเป็นเวลานาน

3. ปวดศีรษะ

เมื่อต้องใช้สมาร์ทโฟนเป็นเวลานานๆ ก็จะยิ่งทำให้เราได้รับรังสีที่แผ่ออกมาจากคลื่นของโทรศัพท์มากเท่านั้น ซึ่งรังสีเหล่านี้จะส่งผลต่อระบบประสาททำให้เกิดอาการข้างเคียง ไม่ว่าจะเป็น ปวดศีรษะธรรมดา , ปวดไมเกรน หรือในบางคนก็อาจเกิดอาการที่รุนแรงมากกว่านั้น

4. นิ้วล็อก

เมื่อเราต้องใช้มือ หรือนิ้วในการใช้งานโทรศัพท์มือถือ หากนานเกิดไปก็อาจทำให้เกิดอาการที่เรียกว่า นิ้วล็อก ได้ อาการนี้เกิดจากการอักเสบของเส้นเอ็นและปลอกหุ้มเอ็นที่ใช้ในการงอนิ้วข้อมือ หรือที่ตรงบริเวณโคนของนิ้ว ทำให้มีอาการปวดบวม ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับนิ้วหัวมือ เนื่องจากเป็นนิ้วที่ใช้งานมากกว่านิ้วอื่นๆ

5. Cellphone Elow

ชื่อของอาการนี้อาจจะดูแปลกไปสักหน่อย แต่ก็เป็นอาการปวดชาที่ใครหลายๆ คนเคยเป็นกัน โดยจะเกิดการชาที่ปลายแขนและมือ จากการที่เราถือโทรศัพท์มือถือด้วยท่างอแขนที่เป็นมุมแคบกว่า 90 องศา เป็นเวลานานเกินพอดี หากไม่ได้รับการแก้ไขก็อาจทำให้กล้ามเนื้อเกิดการอ่อนแรง หรือที่บริเวณข้อเกิดงอติดแข็งที่นิ้วนางกับนิ้วก้อยได้

6. เกิดความเครียด

เพื่อเราเลือกที่จะใช้สมาร์ทโฟน ก็เท่ากับว่าเราพร้อมที่รับการติดต่อสื่อสาร หรือการส่งข้อความต่างๆ อยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นช่องทางใดก็ตาม อาทิ อีเมล์ ไลน์ หรือโซเชียลมีเดีย แน่นอนว่าหากบริหารจัดการไม่ดีแล้วล่ะก็ วันทั้งวันอาจเป็นวันที่วุ่นวายไปเลยก็ได้

7. เสียสมาธิ

เพราะการที่โทรศัพท์มือถือของเราเชื่อมต่อเข้ากับโซเชียลมีเดียต่างๆ การแจ้งเตือนก็จะพรั่งพรูเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน แทนที่เราจะทำอะไรให้เสร็จเป็นอย่างๆ ไป แต่กลับต้องมาโฟกัสกับเสียงแจ้งเตือน หรือสัญลักษณ์แจ้งเตือนเหล่านี้ ส่งผลให้สมาธิหลุดกระจุย ไม่มีสมาธิได้

 

 

8. รบกวนการนอนหลับ

เชื่อว่าหลายคนต้องเคยทำแบบนี้ ก่อนจะนอนต้องเช็คโทรศัพท์มือถือ หรือโซเชียลมีเดียสักเล็กน้อยก่อนหลับตา แต่รู้หรือไม่ว่าแสงที่ออกมาจากโทรศัพท์มือถือสว่างๆ ในยามที่ปิดไฟมืดพร้อมที่จะนอนนั้นส่งผลต่อการหลังของฮอร์โมน เมลาโทนิน ที่ช่วยควบคุมการนอนหลับได้ เพราะปัจจัยที่จะทำให้ฮอร์โมนตัวนี้หลั่งก็คือ แสงสว่าง จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการเล่นมือถือก่อนนอนชอบทำให้เรานอนไม่หลับสักที

 

9. มีพฤติกรรมก้าวร้าว

ถึงจะไม่ก้าวร้าวแต่ก็ดูฉุนเฉียวอยู่นะ เพราะบางคนที่ติดการใช้งานโทรศัพท์มือถือ หรือติดที่จะต้องเล่นอยู่บ่อยๆ หากไม่ได้ทำในเวลาที่ต้องการก็จะเกิดความหงุดหงิดที่ไม่ได้แตะ หรือสัมผัส เนื่องจากไม่ได้ดั่งใจ จะพบได้บ่อยในเด็กๆ ที่ติดเกมในสมาร์ทโฟน

 

10. ซึมเศร้าและวิตกกังวล

คนที่ติดมือถือมักจะเกิดอาการซึมเศร้า หรือเกิดความวิตกกังวลอยู่บ่อยครั้ง เพราะบางทีก็รอคอยให้ใครอีกคนตอบกลับข้อความ หากวันไหนที่ลืมพกมือถือติดตัวก็จะยิ่งเกิดความกังวลมากกว่าที่เคยเป็น